นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เชิญหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน ร่วมประชุมกรณีพิเศษในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งใหม่

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2560 ที่ห้องประชุมทองใหญ่ ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เชิญหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน ร่วมประชุมกรณีพิเศษในโอกาส เดินทางมารับตำแหน่งใหม่ โดยมีนายสมหวัง พ่วงบางโพ นายสิทธิชัย จินดาหลวง และนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี เข้าร่วมประชุม ขณะที่มีสื่อมวลชนสนใจ มาร่วมติดตามทำข่าว แนวนโยบายของผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี คนใหม่ด้วย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า เป็นลูกอีสานเกิดที่ จ.อุบลราชธานี ตอนนี้เป็นพื้นที่ของ จ.ยโสธร แต่ก็กลับมาอาศัยอยู่ใน จ.อุบลราชธานี ตลอดชีวิตราชการอยู่อีสาน ไปอยู่กรุงเทพไม่กี่ปี ไปอยู่ภาคเหนือ จ.แพร่ 1 ปี การเดินทางมารับตำแหน่ง ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์หลายแห่ง ได้อธิฐานขอให้อุดรธานีมีความสงบสุข ในโอกาสมารับใช้บ้านนี้เมืองนี้ ขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ยืนยันว่าเมื่อไปทำงานที่ไหน จะถือว่าที่นั่นเป็นบ้านตัวเอง จะไม่คิดถึงวันที่จะต้องย้าย ต้องทำงานต่อเนื่องจนวินาทีสุดท้าย

ได้ผ่านตำแหน่งหน้าที่ปลัดอำเภอ – หน.กิ่งอำเภอ – นายอำเภอ 7 อำเภอ – ปลัดจังหวัด – รองผู้ว่า – และผู้ว่าฯ ขณะเดียวกันได้มีโอกาสศึกษาต่อ จนถึงระดับปริญญาเอก สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศลุ่มน้ำโขง ม.ราชภัฏอุบลราชธานี แต่ไม่ต้องการให้ใช้คำนำหน้า หรือเรียกว่า “ดอกเตอร์” โดยวันนี้ก็ไม่มีนโยบายมามอบ แต่ขอมาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้กันฟัง หรือ “เล่าสู่กันฟัง” เพื่อเราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ขับเคลื่อนเพื่อชาวอุดรธานีไปด้วยกัน โดยภรรยาก็ลาออกจากราชการ มาทำหน้าที่นายกเหล่ากาชาดอุดรธานีด้วย

มารับตำแหน่งผู้ว่าฯอุดรธานี มีความเชื่อมั่นว่า อุดรธานีเป็นเมืองใหญ่ มีขีดความสามารถ ที่ผ่านมามีผู้หลักผู้ใหญ่ ในกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้ว่าฯ ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีหลายท่านยังคงพำนักอยู่ที่นี่ (ระบุชื่อ) ในปีหน้าก็จะมีอดีตผู้ว่าฯ เกษียณอายุราชการกลับมาอยู่ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เชื่อมั่นว่า จะสามารถทำได้เท่า หรือใกล้เคียง กับท่านฯที่ผ่านมาหรือไม่ จึงต้องทำงานสุดความสามารถ ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัด ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ยังเป็นจังหวัดมีทั้งหน่วยงานส่วนกลาง มีหน่วยงานความมั่นคง จึงจำเป็นต้อง “จัดโปรแกรมไปหาความรู้” โดยจะให้หน่วยงานต่างๆมาบอกข้อมูล ซึ่งจะนัดหมายแต่ละหน่วย มาพูดคุยกันในช่วงที่เหมาะสม ให้อุดรธานีสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ซึ่งในปีที่แล้วยุทธศาสตร์เป็นเรื่องใหม่ รัฐบาลถือเป็นเพียงการซ้อมใหญ่ แต่ปีนี้จะต้องเอาจริง โดยกล่าวถึงงานเร่งด่วนว่า

1.ช่วงเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่เราต้องทำดีที่สุด ทำกันอย่างเต็มที่ อาจจะต้องขอความร่วมมือไป
2.ติดตามอย่างต่อเนื่องในโครงการพระราชดำริ – โครงการ 9101 – โครงการในพระราชานุเคราะห์ – โครงการในพระบรมวงศานุวงศ์ 
3.สร้างการเรียนรู้ให้ประชาชนมีความจำเป็นมาก จากโลกโซเชียลปัจจุบัน มีทั้งในในแง่บวก-ลบ จึงต้องไตร่ตรอง อย่างเพิ่งเชื่อ ต้องสังเคราะห์ เพื่อสร่งการเรียนรู้ เพราะมักทำให้เกิดข่าวลือ มีการส่งต่อ ทำให้ตื่นตระหนก ทำให้ต้อง “ชี้แจงประชาชน” ...ความเร็ว ต้องเกิดประโยชน์ และหอกระจายข่าวจะต้องนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น
4.สาธารณภัย และภัยธรรมชาติ ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ต้องเตรียมหนทางในการป้องกัน หากเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร “จะไปซับน้ำตาหยดแรกของเขาได้ ก่อนน้ำตาจะหยดลงพื้น” 
5.ศูนย์ดำรงธรรม ที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ยังคงมีเป้าหมายสำคัญ รับเรื่องร้องเรียน ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน เพื่อประสานแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ไม่ให้เดินทางไปร้องเรียนในส่วนกลาง

 

ข้อมูลจาก : ข่าวอุดรวันนี้