อุดรฯ Kick Off “ไทยนิยม ยั่งยืน” ที่อ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.30 น. สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน จัดกิจกรรม Kick Off โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่อ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ บ้านกุดลิงง้อ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน เป็นประธาน มีนายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมือง กล่าวต้อนรับ และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดอุดรธานี ร่วมเป็นเกียรติในงาน

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทั่วประเทศ ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมพัฒนาประเทศไปสู่ 4.0 ในส่วนของกรมชลประทานมีกรอบในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับกรอบการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน 3 กรอบ ได้แก่ 1.คนไทยไม่ทิ้งกัน 2.ชุมชนอยู่ดีมีสุข และ 3.รู้กลไกการบริหารราชการ แบ่งเป็น 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการจ้างแรงงานชลประทานสร้างรายได้แก่เกษตรกร 2.โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ 3.พัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4.พัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทาน เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

ซึ่งการดำเนินงานตามกรอบดังกล่าว ภายใต้วงเงินประมาณที่ได้รับการจัดสรร ประมาณ 1,053 ล้านบาท จะก่อให้เกิดโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 5 ถึง 146 โครงการ ได้แก่ โครงการจ้างแรงงานสร้างรายได้ 479 คน เพื่อทำงานสนับสนุนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน กระจายอยู่ทั้ง 6 จังหวัด โครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ 43 โครงการ โครงการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน 93 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 5,060 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 63,362 ไร่

ด้านนายจารึก วัฒนาโกศัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 5 กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Kick off ไทยนิยม ยั่งยืน การจ้างแรงงานสร้างรายได้ ณ อ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาและเร่งรัดการดำเนินการ เป็นการต่อยอดโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ให้ผู้ถือบัตรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้

โดยสำนักงานชลประทานที่ 5 ได้เปิดรับสมัครแรงงาน เพื่อจ้างทำงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งจะพิจารณาจ้างแรงงานตามหลักเกณฑ์ เน้นการจ้างแรงงานจริง ทำงานจริง และจ่ายจริง ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงของชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ได้ดำเนินการจ้างแรงงานราษฎรที่เป็นเกษตรกรที่ได้ลงทะเบียนตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 42 คน ทำกิจกรรมปรับปรุงพื้นที่อ่างเก็บน้ำ กำจัดจอกแหน และวัชพืชทางน้ำ ช่วยให้มีรายได้ต่อเดือน 6,000 บาท และยังส่งผลให้อ่างเก็บน้ำฯ มีสภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งจะนำวัชพืชที่ถูกกำจัด ไปต่อยอดเพื่อใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกพืช หรือปรับปรุงบำรุงดินต่อไป โดยสถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี กรมพัฒนาที่ดิน เป็นผู้ประสานดำเนินการ

สำหรับอ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ก่อสร้างเมื่อปี 2499 แล้วเสร็จในปี 2505 มีพื้นที่ชลประทาน 6,256 ไร่ สามารถกักเก็บน้ำได้ 6.44 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลนาดี ตำบลบ้านตาด และตำบลหนองไฮ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 1 แห่ง และกลุ่มเกษตรกรใช้ประโยชน์จากน้ำในการปลูกผักปลอดสารพิษอีกจำนวนหนึ่ง โดยกรมชลประทาน ยังมีแนวทางในการพัฒนาการเกษตรในบริเวณพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำ โดยร่วมมือกับคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี องค์การบริหารส่วนตำบลนาดี และกลุ่มอาชีพจังหวัดอุดรธานี ในการขับเคลื่อนและพัฒนาการเกษตรอีกทางหนึ่งด้วย

สรุปสำนักงานชลประทานที่ 5 คือ จ้างแรงงาน 479 คน ใช้ยางพารา 160.81 ตัน เพิ่มความจุ 2.54 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 5,060 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 63,362 ไร่ ได้ประโยชน์ 48,889 ครัวเรือน แบ่งเป็น 1.อุดรธานี จ้างแรงงาน 127 คน ใช้ยางพารา 19.79 ตัน พื้นที่ชลประทาน 60 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 830 ไร่ ได้ประโยชน์ 4,137 ครัวเรือน 2.เลย จ้างแรงงาน 40 คน ใช้ยางพารา 25.99 ตัน พื้นที่ชลประทาน 1,500 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 2,000 ไร่ ได้ประโยชน์ 4,273 ครัวเรือน 3.หนองบัวลำภู จ้างแรงงาน 40 คน ใช้ยางพารา 6.11 ตัน ได้ประโยชน์ 180 ครัวเรือน 4.หนองคาย จ้างแรงงาน 84 คน ใช้ยางพารา 7.62 ตัน พื้นที่รับประโยชน์ 500 ไร่ ได้ประโยชน์ 918 ครัวเรือน 5.บึงกาฬ จ้างแรงงาน 40 คน ใช้ยางพารา 4.30 ตัน ได้ประโยชน์ 220 ครัวเรือน 6.สกลนคร จ้างแรงงาน 148 คน ใช้ยางพารา 97.00 ตัน ความจุ 2.54 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 3,500 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 60,032 ไร่ ได้ประโยชน์ 39,161 ครัวเรือน

ข้อมูลจาก : ข่าวอุดร ออนไลน์