อุดรธานีประชุม คกก.โรคติดต่อปรับมาตรการป้องกันโควิด-19 หลังเทศกาลปีใหม่ 65

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เรียกประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ปรับมาตรการป้องกัน ควบคุม การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังเทศกาลปีใหม่ 2565
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2565 ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 1/2565 เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตลอดจนร่วมกันพิจารณาปรับมาตรการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดหลังเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมีคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี หน่วยงานภาคเอกชน และศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานีร่วมประชุม
วันนี้อุดรธานีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 75 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 48 คน เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 11 คน เป็นผู้มาจากต่างจังหวัด 16 คน ขณะมีผู้หายป่วยกลับบ้านเพียง 45 คน ทำให้ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 426 คน ไม่มีผู้ป่วยอาการหนัก ในขณะที่ภาพรวมของการติดเชื้อระลอกเดือนเมษายนจังหวัดอุดรธานีมีผู้ติดเชื้อสะสม 21,302 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 20,708 คน เสียชีวิตสะสม 168 คน
“ ผู้ติดเชื้อยังเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จากงานบุญประเพณีและงานศพ ตลาดสด ตลาดนัด ร้านอาหาร สถานประกอบการ ที่อนุญาตให้จำหน่าย-ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เกิน 21.00 น.ในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี 3 แห่ง ในขณะที่การเคาะประตูบ้านและการตั้งจุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าจังหวัด 11,196 คน ตรวจพบเชื้อโควิด-19 จำนวน 36 คน”
นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้สรุปหลังจากสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นำเสนอมาตรการ และสอบถามความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ว่าที่ประชุม คกก.โรคติดต่อมีมติ งดการเรียนการสอน “ออนไซด์” ทุกระดับชั้น และทุกโรงเรียน ระหว่าง 4-14 ม.ค.65 , ปิดศูนย์เด็กเล็กทั้งหมด , งดกิจกรรมวันเด็ก (8 ม.ค.65) และวันครู (16 ม.ค.65) , ทุกส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ ให้คัดกรองข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่เดินทางกลับจากจังหวัดเสี่ยง หรือมีญาติเดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยง และไปร่วมสังสรรค์ในสถานที่เสี่ยงในจังหวัด ให้ออกคำสั่งทำงานอยู่บ้าน พร้อมให้ประเมินความเสี่ยงบุคลากร ด้วย Thai Save Thai รวมทั้งการตรวจหาเชื้อด้วย ATK เบื้องต้น ก่อนกลับมาทำงาน ส่วนในระดับอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้าน ส่งทีมลงไปเคาะประตูบ้าน ค้นหาผู้กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง หรือผู้ไปร่วมกิจกรรมเสี่ยงสูง เพื่อให้คำแนะนำ และตรวจหาเชื้อด้วย ATK ส่วนภาคเอกชน ขอความร่วมมือจากหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ชมรมธนาคาร องค์กร สมาคมต่างๆ คัดกรองพนักงาน ลูกจ้าง ให้ผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงสูง และผู้ไปร่วมกิจกรรมเสี่ยงสูง ทำงานที่บ้านเช่นกัน